Hunsa Homepage
  • ดูทั้งหมด
  • กิจกรรมทางน้ำ
    • กิจกรรมชายหาด
    • ดำน้ำ
    • ตกปลา
    • พายเรือคายัค แคนู
    • ล่องเรือ
  • กิจกรรมกลางแจ้ง
    • ขี่ช้าง ขี่ม้า
    • จักรยานเสือภูเขา
    • ปีนหน้าผา
    • สำรวจถ้ำ ส่องสัตว์
    • เดินป่า
    • เพ้นท์บอล บีบีกัน
    • โฟรวีลไดรฟ์ ออฟโรด
    • โรยตัว บันจี้จัมพ์
    • ล่องแก่ง
    • สวนสนุก สวนน้ำ
  • ท่องเที่ยวไลฟ์สไตส์
    • ขับรถเที่ยว
    • แบ็คแพ็ค
    • แคมป์ปิ้ง
    • โฮมสเตย์
    • ผับ บาร์
    • ร้านอาหาร
    • เบเกอรี่ ร้านกาแฟ
    • รีวิวที่พัก
  • ท่องเที่ยวแหล่งธรรมชาติ
    • ทะเล
    • ภูเขา
    • น้ำตก
    • อุทยานแห่งชาติ
  • การแสดงต่างๆ
    • ละครเวที
    • ดนตรี
    • คอนเสิร์ต
  • ช้อปปิ้ง
    • ห้างสรรพสินค้า
    • ตลาดนัด วิลล่า
  • ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
    • สปา
    • นั่งสมาธิ ปฎิบัติธรรม
    • แอโรบิค ไทเก๊ก
    • ยิม ฟิตเนส
  • นิทรรศการ
    • งานจัดแสดง
    • งานวิทยาศาสตร์
    • งานแฟร์ เทศกาล
    • พิพิธภัณฑ์
  • วัฒนธรรม ประเพณี
    • ภาคเหนือ
    • ภาคกลาง
    • ภาคอีสาน
    • ภาคใต้
  • สถาปัตยกรรม
    • วัด โบสถ์
    • โบราณสถาน
    • ชมสถานที่สวยๆ
  • อื่นๆ
    • อื่นๆ
    • ต่างประเทศ
  • Trip Countdown 2012
    • Amazing Trip Amazing Countdown 2012
  • โปรโมชั่น
    • โปรโมชั่น
  • พาสปอร์ตของฉัน
  • เขียนทริปใหม่
   
พิพิธภัณฑ์
ดูความคิดเห็น
ชมประติมากรรมลอยตัวที่ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ โดย ghibli
เข้าชม 982,879 สร้างเมื่อ 15 มีนาคม 2555

ทริปเที่ยวสมุทรปรากรในวันนี้เป็นคิวของพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จักของจังหวัดสมุทรปราการ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 12 ไร่ ของบริษัท ธนบุรีประกอบยนต์ จำกัด ตำบลบางเมืองใหม่ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างจากแรงบันดาลใจ และความคิดของคุณเล็ก วิริยะพันธ์ ผู้สร้างเมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ และปราสาทสัจธรรม เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อให้เป็นสถานที่เก็บรักษาศิลปวัตถุ มรดกทางวัฒนธรรมด้านต่าง ๆ และเพื่อสืบสานอนุรักษ์งานศิลป์ไทยให้คงอยู่สืบชั่วลูกชั่วหลานสืบไป

     


ช้างเอราวัณหรือช้างสามเศียร เป็นประติมากรรมลอยตัวด้วยวิธีเคาะมือแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำจากโลหะทองแดง แผ่นเล็กสุดขนาดเท่าฝ่ามือนำมาเรียงต่อกันด้วยความประณีตนับแสนชิ้น ตัวช้างรวมอาคารมีความสูง 43.60 เมตร (หรือสูงขนาดตึก14-17ชั้นโดยประมาณ) อาคารพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ ส่วนบนของตัวช้าง เฉพาะส่วนหัวมีน้ำหนักประมาณ 100 ตัน ลำตัวช้างหนัก 150 ตัน สูง 29 เมตร กว้าง 12 เมตร และยาว 39 เมตร ตัวช้างออกแบบให้เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงวัตถุมีค่า เช่น ภาพวาดสีฝุ่นรูปจักรวาล พระพุทธรูปปางลีลา บริเวณท้องช้างปูด้วยไม้มะเกลือสีออกดำ ส่วนล่างของตัวช้าง เป็นฐาน โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก อาคารศาลามีความสูง 14.60 เมตร กระจายน้ำหนักตัวช้างด้วยคานวงแหวนรอบนอกและรอบในบนอาคาร ถ่ายน้ำหนักลงเสาแปดเสาภายนอกและสี่เสาภายในอาคารศาลาการตกแต่งภายในเป็นการผสมผสานศิลปะหลากหลายรูปแบบ เช่น การใช้กระจกสีแบบศิลปะตะวันตก, เครื่องเบญจรงค์สลับลวดลายสอดสี, การดุนโลหะบนแผ่นดีบุกของช่างเมืองนครศรีธรรมราช และรูปปั้นโบราณชนิดต่าง ๆ อาทิ คนธรรพ์บรรเลงดนตรี รูปพญานาค ของช่างเมืองเพชร ส่วนชั้นใต้ดินที่เรียกว่า “ชั้นบาดาล” เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการและโบราณวัตถุจำนวนมาก อาทิ พระพุทธรูป เทวรูปสมัยต่าง ๆ และเครื่องลายครามของจีน ระเบียงรอบนอกตัวอาคารประกอบด้วยซุ้มแปดซุ้ม รอบพิพิธภัณฑ์เป็นอุทยานพรรณไม้ในวรรณคดี และพันธุ์ไม้หายากจากทุกภูมิภาคของประเทศ มีงานประติมากรรมลอยตัวเรื่อง รามเกียรติ์ วางเรียงรายล้อมรอบอาคาร

 
ตัวอาคารแยกเป็น 3 ชั้น ตามความเชื่อในหลักไตรภูมิ คือ (1) ชั้นบาดาล ชั้นโลกมนุษย์ และชั้นสวรรค์ ชั้นบาดาล เป็นส่วนของงการจัดเก็บโบราณวัตถุที่เป็นของสะสมส่วนตัวของคุณเล็ก วิริยะพันธ์ ของเก่าส่วนใหญ่นั้นเป็นเครื่องถ้วย แจกัน จาน ชาม ชุดถ้วยชา ชั้นบาดาล มีรูปองค์จำลองมนุษยนาค นั่งอยู่กึ่งกลางห้อง สร้างขึ้นตามความเชื่อเพื่อให้มนุษยนาคคอยดูแลโบราณวัตถุอยู่ใต้น้ำ (2) ชั้นโลกมนุษย์ มีงานศิลปะให้ชม 3 ประเภทด้วยกัน งานปูนปั้นสดประดับด้วยเครื่องถ้วยเบญจรงค์ งานต้นเสาดีบุกดุนลาย และกระจกสี Stain Glass และ (3) ชั้นสวรรค์ เป็นส่วนของการจัดเก็บองค์พระพุทธรูปที่มีอายุสมัยเก่าแก่ ซึ่งยังมีงานศิลปะบนผนังท้องช้างที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับระบบสุริยะจักรวาล เป็นเทคนิคสีฝุ่นฝีมือช่างชาวเยอรมัน
  
การเดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณให้ใช้เส้นทางถนนสุขุมวิท (สายเก่า) ผ่านแยกบางพลีก่อนถึงแยกปากน้ำจะเห็นพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณตั้งอยู่บริเวณซ้ายมือ หรือถ้าจะมาโดยรถโดยสารประจำทางให้มาสาย 25, 142, 365, 102, 507, 511 และ 536 พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 150 บาท และเด็ก (6-12 ปี) 50 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2371-3135-6 ค่ะ

 ที่มา : www.samutprakan-city.com

 

ภาพที่ 1
ภาพที่ 2
ภาพที่ 3
ภาพที่ 4
ภาพที่ 5
แผนที่
กำลังโหลดแผนที่..
ละติจูด: 13.627970, ลองจิจูด: 100.586700
  • 0 คอมเมนต์
     
    • ล็อกอินเข้าสู่ระบบเพื่อเขียนความคิดเห็น