Hunsa Homepage
  • ดูทั้งหมด
  • กิจกรรมทางน้ำ
    • กิจกรรมชายหาด
    • ดำน้ำ
    • ตกปลา
    • พายเรือคายัค แคนู
    • ล่องเรือ
  • กิจกรรมกลางแจ้ง
    • ขี่ช้าง ขี่ม้า
    • จักรยานเสือภูเขา
    • ปีนหน้าผา
    • สำรวจถ้ำ ส่องสัตว์
    • เดินป่า
    • เพ้นท์บอล บีบีกัน
    • โฟรวีลไดรฟ์ ออฟโรด
    • โรยตัว บันจี้จัมพ์
    • ล่องแก่ง
    • สวนสนุก สวนน้ำ
  • ท่องเที่ยวไลฟ์สไตส์
    • ขับรถเที่ยว
    • แบ็คแพ็ค
    • แคมป์ปิ้ง
    • โฮมสเตย์
    • ผับ บาร์
    • ร้านอาหาร
    • เบเกอรี่ ร้านกาแฟ
    • รีวิวที่พัก
  • ท่องเที่ยวแหล่งธรรมชาติ
    • ทะเล
    • ภูเขา
    • น้ำตก
    • อุทยานแห่งชาติ
  • การแสดงต่างๆ
    • ละครเวที
    • ดนตรี
    • คอนเสิร์ต
  • ช้อปปิ้ง
    • ห้างสรรพสินค้า
    • ตลาดนัด วิลล่า
  • ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
    • สปา
    • นั่งสมาธิ ปฎิบัติธรรม
    • แอโรบิค ไทเก๊ก
    • ยิม ฟิตเนส
  • นิทรรศการ
    • งานจัดแสดง
    • งานวิทยาศาสตร์
    • งานแฟร์ เทศกาล
    • พิพิธภัณฑ์
  • วัฒนธรรม ประเพณี
    • ภาคเหนือ
    • ภาคกลาง
    • ภาคอีสาน
    • ภาคใต้
  • สถาปัตยกรรม
    • วัด โบสถ์
    • โบราณสถาน
    • ชมสถานที่สวยๆ
  • อื่นๆ
    • อื่นๆ
    • ต่างประเทศ
  • Trip Countdown 2012
    • Amazing Trip Amazing Countdown 2012
  • โปรโมชั่น
    • โปรโมชั่น
  • พาสปอร์ตของฉัน
  • เขียนทริปใหม่
   
วัด โบสถ์
ดูความคิดเห็น
วัดโสธรวรารามวรวิหาร โดย jitrin
เข้าชม 1,020,780 สร้างเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2554
ประวัติวัดโสธรฯ 

วัดโสธร อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัด ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 2 ก.ม อยู่ริมแม่น้ำบางประกง และติดกับค่ายศรีโสธร ซึ่งเป็นที่ตั้งกองพันทหารช่างที่ 2 (ช.พัน2) ตามหนังสือประวัติพระพุทธโสธร รวบรวมโดย พระมหาก่อเขมทสสี ขณะเมื่อยังเป็นเจ้าคุณพระเขมารามมุนีได้กล่าวว่า เดิมวักโสธรนี้ มีชื่อว่า " วัดหงส์" เพราะที่วัดมีเสาใหญ่มีรูปหงส์เป็นเครื่องหมายติดอยุ่บนยอดเสา วัดนี้สร้างในสมัยไม่ปรากฏ แต่พอจะสันนิษฐานได้ว่าเป้นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง สร้างขึ้นในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี หรือต้นสมัยกรุงธนบุรี ราวปี พ.ศ 2307 มูลเหตุที่วัดนี้ที่ได้ชื่อว่าโสธร มีผู้เฒ่าเล่าสืบกันมาว่าหงส์ซึ่งอยู่บนยอดเสาใหญ่ถูกลมพายุพัดลงมา ครั้นหงส์ตกลงมาแล้วก็เหลือแต่เสาใหญ่จึงมีบุคคลเอาธงขึ้นแขวนแทน เลยเรียกชื่อวัดนี้ว่า "วัดเสาธง" ต่อมาเกิดลมพายุกล้าพัดเสาธงหักโค่นลงมาเป้นสองท่อน ประชาชนที่ถือเอาเครื่องหมายเสาธงหักเป็นท่อนนั้น ตั้งชื่อว่า "วัดเสาทอน" ครั้นต่อมาค่อย ๆ เพี้ยนแล้วห้วนเข้าเลยเรียกกันว่า"วัดโสธร" จนกระทั่งปัจจุบันนี้ 

นามวัดโสธรนี้ สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้เคยทรงรับสั่งว่าเป็นนามที่ไพเราะและแปลก ทั้งแปลได้ความดีมาก และทรงสันนิษฐานว่า ผู้ที่ให้ชื่อวัดไว้คงไม่ใช่คนที่ไม่รู้เรื่อง 

ชื่อวัดโสธร หรือวัดโสทร ปรากฏในเรื่องนำเที่ยวจังหวัดฉะเชิงเทราของนายตรี อำมาตยกุล พิมพ์ลงในวารสารปีที่ 6 เล่ม 7 มีข้อความเกี่ยวกับชื่อวีดโสธรนี้ว่า"เมื่อคราวพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" เสด็จประพาสวัดนี้เมื่อพ.ศ 2451 ทรงมีพระราชหัตถเลขาถึงพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเหล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อยังดำรงพระอิสริยยศเป็นมกุฏราชกุมาร ยังทรงเขียนชื่อวัดนี้ว่า "วัดโสทร" ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นวัดโสธรเห็นจะเป็นในราวรัชกาลที่ 6 นี้เอง แต่ยังหาหลักฐานวันเดือนปีที่เริ่มใหม่ไม่ได้" อย่างไรก็ตาม ปรากฏในแถลงการณ์คณะสงฆ์เล่ม 6 หน้า 105 พ.ศ 2461 ลงเรื่องระยะทางสมเด็จพระมหาสมณะ เสด็จตรวจคณะสงฆ์ในมณฑลปราจีนบุรี พ.ศ2459 ชื่อวัดโสธรได้เขียนไว้อย่างนี้แล้ว พอจะอนุมานได้ว่าได้เปลี่ยนชื่อวัดโสทรเป็นวัดโสธร ในราวต้นรัชกาลที่6 ฉะนั้นผู้ที่เขียนชื่อวัดโสธร เป็นวัดโสทร ภายหลังปี พ.ศ 2459 แล้ว น่าจะเกิดจากการสะกดผิดมากกว่าที่จะมีเจตนาเขียนเช่นนั้น 

เมื่อคราวพระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสมณฑลปราจีน ร.ศ127 ได้มีพระราชหัตถเลขาถึงมกุฏราชกุมาร ความตอนหนึ่งเกี่ยวกับชื่อวัดโสธรว่า "กลับมาแวะวัดโสทรซึ่งกรมดำรงฯ คิดจะแปลว่า ยโสธร จะให้เกี่ยวข้องแก่กาลที่ได้สร้างเมื่อเสด็จกลับจากไปตีเมืองเขมร แผ่นดินพระบรมไตรโลกานาถ หรือเมื่อใดราวนั้น แต่เป็นที่น่าสงสัยเห็นด้วยใหม่นัก..." พระราชปรารถตอนนี้ทำให้เกิดความคิดว่าชื่อวัดโสธรนี้จะเป็นการถูกต้องแล้ว หรือโดยได้ทรงระลึกถึงพระที่นั่ง" ยโสธรมหาพิมานบรรยงค์" ในรัชกาลแผ่นดินพระเจ้าปราสาททอง ได้ยกทัพไปตีเมืองเขมร ได้ชัยชนะ ทรงพระราชดำริเฉลิมพระเกียรติด้วยถ่ายแบบประสาทกับพระที่นั่งในเมืองยโสธร นครธมมาแล้วในกรุงศรีอยุธยา ทำให้สงสัยว่าจะตกตัว"ย" ไปเสียหรืออย่างไร คงเหลือแต่ " โสธร " เท่านั้น แต่ในที่สุดพระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่ทรงปลงพระทัยจะเชื่อนักเพราะทรงเห็นว่าวัดโสธรนี้ยังใหม่ ดังปรากฏตามพระราชปรารถดังกล่าวข้างต้น พอจะสรุปได้ว่า " โสธร " กับ "ยโสธรมหาพิมานบรรยงค์" มิใช่เป็นสถานที่แห่งเดียวกัน มีที่มาและความหมายต่างกัน
อนึ่ง อำเภอโสธรที่อยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวัดโสธรนี้ เมื่อชื่อจะคล้ายคลึงกันก็ตาม คำว่า "ยโสธร" แปลว่าทรงยศ เดิมอำเภอยโสธรเรียกว่า อำเภอยศ เพราะเป็นเมืองชื่อว่ายศสุนทร ตั้งขึ้นในราว พ.ศ 2280 ภายหลังเปลี่ยนเป็นเมืองยโสธรแล้วยุบเป็นอำเภอ เมื่อราว พ.ศ2454 
วัดโสธรเป็นวัดราษฏรมาแต่ดั้งเดิม พึ่งได้รับพระราชทานยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร มีนามว่า " วัดโวสธรวรารามวรวิหาร" เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2501 

ข้อความจากหนังสืองานประจำปีหลวงพ่อโสธร ปี พ.ศ2505
  • 0 คอมเมนต์
     
    • ล็อกอินเข้าสู่ระบบเพื่อเขียนความคิดเห็น